ถอดรหัสจิตวิทยาความสะใจ หลังฉากคอนเทนต์ตำรวจสายลุย ทำไมเราถึงรู้สึกสะใจ เวลาเห็นคลิปตำรวจจับคนผิดกฎจราจร?
.
เคยไหม? ขับรถอยู่ดี ๆ แล้วเจอพวกเปิดเลนพิเศษแทรกคิว ย้อนศรหน้าตาเฉย หรือจอดรถขาวแดงขวางทางเข้าออก วินาทีนั้นในใจเราเดือดปุด ๆ อยากจะบีบแตรไล่หรือเดินไปเตือน แต่ความจริงที่น่าเศร้าในสังคมไทยคือ “คนดีมักต้องยอมคนเห็นแก่ตัว” เพราะการเข้าไปตักเตือนในชีวิตจริงมีความเสี่ยงสูงเหลือเกิน ไม่เสี่ยงโดนด่ากลับชวนทะเลาะ ก็อาจจะเสี่ยงโดนอาวุธถึงขั้นเอาชีวิตไปแลก
.
แต่แล้วในช่วงปีที่ผ่านมา บนโลกออนไลน์กลับเกิดปรากฏการณ์ที่ชวนให้คนใช้รถใช้ถนนรู้สึกสะใจ นั่นคือการเติบโตอย่างถล่มทลายของคอนเทนต์ตำรวจสายลุย เช่น คลิปของ “จ่าอ้วน” หรือเพจตำรวจจราจรต่าง ๆ ที่ลงพื้นที่ไปดัดนิสัยพวกเห็นแก่ตัวบนท้องถนน จับจริง ปรับจริง ยอดวิวหลักล้าน คอมเมนต์ถล่มทลาย อินไซต์และทฤษฎีทางจิตวิทยาเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้
.
ในทางจิตวิทยามีคำศัพท์ภาษาเยอรมันคำหนึ่งที่ชื่อว่า Schadenfreude ในบริบทของคลิปจ่าอ้วน มันคือความฟินที่เกิดจากการดูคนเห็นแก่ตัวได้รับบทเรียนอย่างสาสม มนุษย์เราทุกคนเติบโตมาพร้อมกับทฤษฎีที่เรียกว่า Belief in a Just World (ทฤษฎีโลกที่ยุติธรรม) เราเชื่อลึก ๆ ว่าทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว แต่ในความเป็นจริงบนถนนเมืองไทย เราไม่เคยเห็นทฤษฎีนี้เกิดขึ้น มันทำให้เกิดภาวะอึดอัดขัดแย้งในใจ (Cognitive Dissonance) ว่าทำไมคนทำผิดกฎหมายถึงใช้ชีวิตอย่างสบายใจ
พอมีคลิปที่ตำรวจเดินไปเคาะกระจก ล็อกล้อ หรือเขียนใบสั่งให้คนพวกนั้นทันที มันเลยเข้ามา Restore (ฟื้นฟู) ความเชื่อในโลกที่ยุติธรรมของเราให้กลับคืนมา มันตอบสนองความสะใจขั้นสุดว่า “ในที่สุด มึงก็โดนสักที!”
.
นอกจากนี้ก็ยังมีกลไก Vicarious Retribution (การแก้แค้นโดยตัวแทน) ทำงาน เมื่อเราไม่สามารถลงโทษคนเห็นแก่ตัวเหล่านั้นได้ด้วยตัวเองเนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ตัวคอนเทนต์และตำรวจในคลิปจึงทำหน้าที่เป็น “Agent (ตัวแทน)” ในการปลดปล่อยความข้องใจนั้นให้เรา
.
ถ้าเรามองภาพใหญ่ในเชิงสังคมศาสตร์ (Sociology) ทฤษฎี Anomie (ภาวะไร้ระเบียบกฎเกณฑ์) ของ Émile Durkheim นักสังคมวิทยาชื่อดัง ได้อธิบายไว้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่การบังคับใช้กฎหมายในสังคมเริ่มหย่อนยาน คนในสังคมจะเกิดความสับสน เคว้งคว้าง และอึดอัด เพราะไม่รู้ว่าขอบเขตของความถูกต้องอยู่ตรงไหน
.
ยอดวิวหลักล้านและคอมเมนต์ชื่นชมตำรวจสายลุยเหล่านี้ ยิ่งสูงเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดว่า “คนไทยโหยหาบรรทัดฐาน (Norms) ที่ถูกต้องบนท้องถนนมากแค่ไหน”
ในสังคมที่คนรู้สึกว่าระบบปกติพึ่งพาไม่ได้ การได้เห็นตำรวจในคลิปทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่สนลูกใคร ไม่สนคำอ้างว่า “จอดแป๊บเดียวเอง” มันจึงกลายเป็นแสงสว่างทางศีลธรรมของคนที่ขับรถถูกกฎจราจร
.
สุดท้าย ปรากฏการณ์คอนเทนต์ตำรวจทำโทษคนผิดบนถนน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงประเดี๋ยวประด๋าว แต่มันคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนความป่วยไข้ของวินัยจราจรไทย
.
แต่เราว่าแค่นี้ยังไม่พอ เพราะหลายเคสที่คนทำผิดมีใบสั่งเป็นสิบใบค้างในระบบ แล้วยังทำผิดเหมือนเดิม แปลว่าโทษปัจจุบันยังไม่ทำให้เขากลัวได้มากพอ
ระบบการลงโทษต้องจริงจังกว่านี้ โดยเฉพาะกับคนที่ผิดซ้ำ ๆ จนเห็นชัดว่ามันเลือกจะไม่เคารพกติกา ค่าปรับอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับคนบางประเภท ต้องเพิ่มโทษแบบทวีคูณ ถ้าคนเห็นว่าตำรวจเอาจริง เมื่อความเห็นแก่ตัวมีค่าปรับที่สูงขึ้นมาก รับรองว่าการจราจรบนถนนกรุงเทพจะดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนแน่นอน
